รีวิว

2 ทำเลกับความเหมือนที่แตกต่าง MRT ท่าพระ และ BTS ตลาดพลู

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว พอพูดถึง “ฝั่งธน” ทีมงานเองจะนึกถึงย่านที่มีตึกแถวเยอะๆ ตั้งอยู่สองฝั่งถนนครับ ไม่ว่าจะเป็นถนนเพชรเกษมหรือจรัญสนิทวงศ์ที่เป็นถนนเส้นหลักของย่านนี้ จะมีบ้างที่มีคอนโดสูงๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเกาะแนวฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือถ้าขยับออกไปอีกนิดเดียวก็จะเป็นสวนผักผลไม้ไปเลย

ทีมงาน Render Thailand เองก็เป็นคนนึงที่คุ้นเคยกับย่านนี้ เรียนแถวนี้มาตั้งแต่เด็กเช่นกันครับ เวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน ต้องบอกเลยว่าหลังจากมีรถไฟฟ้าเข้ามาย่านนี้ก็ได้เปลี่ยนไปมาก และเปลี่ยนเร็วเสียด้วย เริ่มจาก ■ สายสีเขียว หรือ BTS ที่วิ่งจากสาทร ข้ามสะพานตากสินมาฝั่งธนบุรี และวิ่งตรงมาตามถนนราชพฤกษ์ ซึ่งก็เป็นถนนที่ตัดขึ้นใหม่ในช่วง 10 ปีนี้เช่นกัน นอกจากนี้ปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าอีกสายที่กำลังก่อสร้างอยู่เช่นกัน นั่นคือรถไฟฟ้า MRT ■ สายสีน้ำเงิน รวมไปถึง ■ สายสีม่วง และ ■ สายสีส้ม ที่มีแผนในการก่อสร้างในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

ซึ่งถ้าพูดกันถึงสถานีรถไฟฟ้าแบบเมโทร หรือแบบระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ในเมือง (ไม่นับสายสีแดงที่เป็นแบบชานเมือง) ทั้งสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินในตอนนี้ ก็บอกได้เลยว่าในปัจจุบันอย่างน้อยๆ สถานีนึงต้องมีคอนโดขึ้นมาอย่างน้อย 1 โครงการแล้ว ซึ่งในส่วนของฝั่งธนเองก็มีรถไฟฟ้าเป็น 10 สถานี ซึ่งแต่ละจุดแต่ละบริเวณก็มีข้อดีลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่ต่างกันไปครับ

วันนี้เราจึงขอยกเอา 2 ทำเลที่โดดเด่นของย่านฝั่งธนมาพูดถึงกันครับ
นั่นก็คือทำเลของ MRT สถานีท่าพระ กับ BTS สถานีตลาดพลู

ทำไมถึงเลือกเอา 2 สถานีนี้มาเทียบกัน??

สิ่งที่สถานี MRT ท่าพระกับสถานี BTS ตลาดพลูเหมือนกัน นั่นคือตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของฝั่งธนทั้งคู่ครับ ซึ่งเมื่อเป็นศูนย์กลางของย่านนี้แล้ว สิ่งที่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือความเจริญและการเดินทางที่สะดวกที่ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้าเท่านั้น แต่รวมไปรถสาธารณะอื่นๆ เช่น รถเมล์ และรถยนต์ส่วนตัวด้วย

และด้วยความที่ฝั่งธนนั้นก็อยู่ใกล้กับใจกลางเมือง ทำให้ทั้ง 2 สถานีนี้ก็สามารถเข้าสู่กลางเมืองได้โดยใช้เวลาบนรถไฟฟ้าเพียงแค่ไม่กี่สถานี จุดนี้ทีมงานจึงมองว่าทั้งสถานีท่าพระและสถานีตลาดพลูมีความน่าสนใจสำหรับใครสักคนที่กำลังมองหาคอนโดที่เข้าเมืองได้สะดวกในทำเลที่ดี มีความเจริญอยู่รอบข้าง และเดินทางในรูปแบบต่างๆ ที่นอกเหนือจากรถไฟฟ้าได้สะดวกครับ หรือใคร ที่ครอบครัวปัจจุบันอยู่ในย่านฝั่งธนอยู่แล้ว อยากมีคอนโดเพิ่มอีกซักที่ที่เดินทางสะดวกและไม่ไกลจากบ้านเดิม ทำเลนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

แต่อย่างที่ทราบว่าสถานีของ MRT ท่าพระ และ BTS ตลาดพลู ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์/รัชดาภิเษกเหมือนกันทั้งคู่ ห่างกันเพียงแค่กิโลนิดๆ แต่ในความเหมือนกันของสองสถานีนี้ ก็มีความต่างกันอยู่เช่นกัน จะต่างกันในแง่ไหนบ้างเราลองมาดูกันครับ

สถานี MRT ท่าพระ

(คลิกชมภาพตัวอย่างสถานีที่จัดทำโดยทีมงาน)

สถานี MRT ท่าพระ เป็นสถานีที่อยู่บนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครับ สายนี้เป็นสายที่เพิ่งเข้ามาฝั่งธนในภายหลัง ปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 โดยในฝั่งธนจะวิ่งอยู่บนถนนหลักทั้ง 2 เส้นเลย คือถนนจรัญสนิทวงศ์และเพชรเกษม และเมื่อสร้างเสร็จแล้วสายนี้จะวิ่งเป็นรูปคล้ายๆ ตัว q ครับ

การเดินรถของสายนี้จะเป็นแบบไป-กลับ (ไม่ได้วิ่งแบบวงกลมสมบูรณ์) เริ่มจากสถานีท่าพระ วิ่งไปบนถนนจรัญสนิทวงศ์ไปทางบางขุนนนท์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณบางอ้อ (แถวโรงพยาบาลยันฮี) ไปยังย่านบางโพ ผ่านสถานีเตาปูน จากนั้นมุดลงใต้ดินผ่านสถานีกลางบางซื่อ บรรจบกับสายสีน้ำเงินเดิมที่วิ่งผ่านสวนจตุจักร ไปลาดพร้าวและเลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก ตัดแยกพระราม 9 เข้าถนนอโศกแล้วเลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 ผ่านหัวลำโพง/เยาวราช ก่อนจะลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด แล้วยกระดับขึ้นมาตัดกับจุดเริ่มต้นที่สถานีท่าพระอีกครั้ง แต่ยังไม่สุดแค่นี้ครับ สายนี้ยังวิ่งต่อไปบนถนนเพชรเกษม ไปจนถึงสถานีหลักสองที่อยู่บริเวณเดอะมอลล์บางแค

จุดเด่นของสายสีน้ำเงินเลยคือเส้นนี้วิ่งเกือบจะเป็นวงกลม รอบๆ เมือง และมีบางส่วนที่ผ่านเข้าไปในกรุงเทพชั้นใน ทำให้รถไฟฟ้าสายนี้จะผ่านจุดสำคัญๆ หลายแห่ง เช่นสามย่าน, พระราม 4, อโศก, แยกพระราม 9, รัชดา, ลาดพร้าวช่วงต้น, สถานีกลางบางซื่อ, สวนจตุจักร

ตัวสถานีท่าพระเอง ในอนาคตจะเป็นจุดตัดหรืออินเตอร์เชนจ์ที่โดดเด่นที่นึงเลยครับ ซึ่งเว็บ Render Thailand ของเราก็เคยทำ 3D แนะนำสถานีนี้กันไปแล้ว จากที่สถานีท่าพระเป็นอินเตอร์เชนจ์ก็จะได้รับข้อดีเต็มๆ คือสามารถไปได้ทั้ง 3 ทิศทางโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนรถครับ คือจากท่าพระจะไปเข้าเมืองทางจรัญก็ได้ (เข้าไปทางบางซื่อ/ห้าแยกลาดพร้าว) ไปเข้าเมืองไปทางอิสรภาพก็ได้ (เข้าไปพระราม 4/อโศก) หรือจะออกไปทางบางแคก็ได้เช่นกัน

ส่วนด้านล่างใต้สถานีท่าพระก็เป็น “แยกท่าพระ” ซึ่งเป็นจุดสำคัญของฝั่งธนมาแต่เดิมอยู่แล้วด้วย โดยเป็นแยกที่ถนนจรัญสนิทวงค์ตัดกับถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนสายหลักของฝั่งธนทั้งคู่ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างบนครับ

สถานี BTS ตลาดพลู

สถานี BTS ตลาดพลู จะเป็นสถานีที่อยู่ในรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (สายสีลม) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายแรกที่เข้ามาในฝั่งธนครับ โดยเริ่มจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ (หน้าห้าง MBK) ผ่านสถานีสยามที่เป็น อินเตอร์เชนจ์กับ BTS สายสีลม วิ่งผ่านถนนราชดำริเข้ามายังถนนสีลมแล้วเลี้ยวเข้าถนนสาทรข้ามสะพานตากสิน แล้วตัดกับถนนรัชดาภิเษกที่สถานีตลาดพลู ปัจจุบันสิ้นสุดเส้นทางที่ถนนราชพฤกษ์ตัดกับถนนเพชรเกษม (สถานีบางหว้า) และในอนาคตจะมีโครงการที่จะสร้างต่อขยายไปสุดที่ตลิ่งชันด้วย

สำหรับ BTS สายสีลมจะมีจุดตัดกับ MRT สายสีน้ำเงิน อยู่ 2 จุดครับ ได้แก่ที่สถานีศาลาแดงบริเวณถนนสีลมกับสถานีบางหว้าบริเวณถนนเพชรเกษม

จุดเด่นของ BTS สายสีลมเลยก็คือ จะวิ่งตรงเข้าสู่ในเมืองที่เป็นจุดสำคัญหลายจุดครับ เช่น สยาม สีลม สาทร ซึ่งตัดแบบผ่ากลางทะลุเข้าไปเลย ดังนั้นจะสะดวกมากสำหรับใครที่ทำงานในย่านนี้ครับ และจากฝั่งธนขึ้นรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่สถานีก็ถึงแล้ว แต่ถ้าใครทำงานในย่านสุขุมวิท/พญาไท/พหลโยธิน ก็ยังสามารถเปลี่ยนรถไป BTS สายสุขุมวิทได้ โดยไม่ต้องออกจากสถานี ถือว่ายังไปได้สะดวกเช่นกัน

อีกจุดที่น่าสนใจของสถานีตลาดพลู คือต่อให้ไม่ได้มีรถไฟฟ้ามาตัดผ่านที่สถานีนี้ แต่จุดนี้ก็นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางของย่านอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่มีศูนย์การค้าเดอะมอลล์ท่าพระตั้งอยู่ใกล้เคียง รวมไปถึงฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ก็ยังมีศูนย์รวมร้านค้าต่างๆ และเป็นจุดต่อรถเมล์ที่สำคัญของคนในย่านนี้ ถือว่าเป็นย่านที่คึกคักมากทีเดียวครับ

ที่ไหนดีกว่ากันล่ะ??

ในความคิดของทีมงาน เราไม่อยากให้มองว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหนครับ แต่เรามองว่ามันขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของแต่ละคนมากกว่า ว่าในแต่ละวันเราใช้ชีวิตแบบไหน ไปทำงานยังไง ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนบ้าง ซึ่งทั้งสองทำเลนี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่

ทีมงานมองว่าสถานี MRT ท่าพระ ได้ข้อดีของสายสีน้ำเงินที่ตัดผ่านเส้นหลักๆ ในฝั่งธน แถมเป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ไปไหนในฝั่งธนก็แทบไม่ต้องเปลี่ยนสาย ส่วนการเข้าไปทำงานในเมืองไม่กี่สถานีก็ถึงพระราม 4 ซึ่งใครทำงานย่านสามย่าน/ต้นถนนสีลม/ต้นถนนสาทร/อโศก ที่นี่จะเดินทางสะดวกครับ หรือไปถึงพระราม9 – รัชดาก็ยังนั่งแค่ต่อเดียว ซึ่งถ้าใช้ชีวิตปกติอยู่กับสถานีเหล่านี้มากที่สุดอยู่แล้ว สถานีท่าพระก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

ส่วนสถานี BTS ตลาดพลู จุดนี้จะเด่นเรื่องความเจริญรอบข้าง มีห้างใหญ่อยู่ใกล้ๆ ครับ และด้วยความที่เป็น BTS สายสีเขียว ข้อดีคือผ่านย่านธุรกิจหรือจุดสำคัญเยอะมากครับ อย่างสายสีลมก็ผ่านทั้งสาทร สีลม แบบผ่าเข้าไปเลย ทำให้มีสถานีบนถนนเหล่านี้มากกว่า หรือจะไปเดินเล่นช๊อปปิ้งอย่างสยาม พร้อมพงษ์ ทองหล่อก็สามารถไปได้สะดวก ในแง่ของการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปในฝั่งธน อาจจะไม่สะดวกเท่าสถานีท่าพระครับ แต่ก็ไม่ลำบาก เพราะก็สามารถมาเชื่อมต่อสายสีน้ำเงินได้ที่สถานีบางหว้าครับ

ดังนั้นสถานีตลาดพลูจะเหมาะกับผู้ที่ปกติถ้าเน้นใช้งานในเมืองเส้น BTS เป็นหลัก โดยเฉพาะโซนสาทร/สีลม แต่ก็ยังสามารถเชื่อมต่อไปจุดอื่นๆ ของฝั่งธนได้ครับ.

เรื่อง : ทีมงาน Render Thailand
ภาพ : คุณ Rawin Sangsittayakorn, Google Maps, ทีมงาน Render Thailand

บทความนี้สนับสนุนโดย

Aspire สาทร – ท่าพระ

สำหรับคอนโดมิเนียม โครงการ Aspire สาทร – ท่าพระ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 30 ชั้น จาก AP ร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate จากญี่ปุ่น ตั้งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู หัวมุมแยกถนนราชพฤกษ์-รัชดาภิเษก ห่างจากบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าเพียงแค่ก้าวเดียว ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว นับเป็นคอนโดยอดฮิตของทำเลนี้เพราะขายหมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และปัจจุบันก็ยังเป็นที่ต้องการซื้อต่อหรือต้องการเช่าอีกด้วย รายละเอียดโครงการมีดังนี้ครับ

พื้นที่โครงการ : 5-1-20.4 ไร่

ประเภทห้อง :

  • ห้องสตูดิโอ (23.5 ตร.ม.)
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (26.5-30.5 ตร.ม.)
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (38*-46 ตร.ม.)
  • 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (53 ตร.ม.)

สิ่งอำนวยความสะดวก :

  • สระว่ายน้ำ
  • ห้องออกกำลังกาย Double Floor
  • ห้องซาวน่า
  • สวนพักผ่อนชั้น G และชั้นดาดฟ้า

จุดเด่นของโครงการ

อย่างที่บอกว่าโครงการนี้ในวันเปิดตัวมีกระแสตอบรับที่ดีมากเพราะสามารถขายได้หมดตั้งแต่เปิดตัว แต่จุดเด่นของที่นี่เลยคือตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลูมากครับ เรียกได้ว่าติด skywalk ทางขึ้นไปสถานีตลาดพลูเลย ดังนั้นเรื่องการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่นี่จึงค่อนข้างสะดวก เพียงไม่กี่สถานีก็สามารถเข้าสู่ย่านธุรกิจสีลม/สาทรได้แล้วครับ ซึ่งบริเวณสาทรนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ออฟฟิศเท่านั้น ยังมีโรงเรียนเอกชนชื่อดังอยู่บริเวณนี้หลายโรงเรียนเช่นกัน และนอกจากนี้บริเวณโครงการก็ใกล้แหล่งของกิน/ช๊อปปิ้งด้วยครับ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเดอะมอลล์ท่าพระในระยะที่สามารถเดินไปถึงได้สบายๆ

ในด้านของ Facilities ต่างๆ ที่นี่ก็มีมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น Lobby ขนาดใหญ่ที่ชั้น 1, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ซาวน่า, สวนรอบโครงการและสวนที่ชั้นดาดฟ้าที่เปิดโล่ง สามารถเห็นวิวเมืองได้

จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่นอกจากจะติดรถไฟฟ้าแบบติดบันไดทางขึ้นแล้ว ราคาขายที่นี่เทียบกับทำเลแล้วค่อนข้างน่าสนใจครับ เนื่องจากขนาดห้องมีให้เลือกหลากหลายแบบตั้งแต่ 23.5 ตร.ม จนไปถึงขนาด 53 ตร.ม ทำให้มีราคาเริ่มต้นไม่สูงมากเหมาะสำหรับทั้งซื้อไว้เพื่ออยู่เองและลงทุนครับ ปัจจุบันราคาขายเริ่มต้น 2.35 ล้านบาท ครับ

สำหรับใครที่ทำงานมาซักระยะนึง อยากขยับขยายซื้อคอนโดที่สามารถไปทำงานได้สะดวกมากขึ้นเป็นของตัวเองในราคาที่ไม่สูงมากและมีอนาคตที่ดี ทีมงานคิดว่าที่นี่เป็นอีกที่ที่น่าสนใจครับ ปัจจุบันยังมีห้องฝากขายจาก Bangkok Citismart ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนโดยทีมงานที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงระดับมืออาชีพ สามารถไว้วางใจในบริการได้ในทุกขั้นตอน ทั้งการแนะนำเรื่องซื้อ-เช่า และรับฝากขาย-
ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้กับลูกค้ารวมไปถึงนักลงทุนที่สนใจ จนเป็นที่ไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นศูนย์รวมยูนิตที่ดีที่สุด สวยที่สุด ของทุกคอนโดมิเนียมคุณภาพ สำหรับผู้ที่จองและโอนภายใน 30 มิ.ย. 60 นี้ ฟรีค่าส่วนกลางและกองทุน และลุ้นรับ SB Furniture Voucher มุลค่า 50,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษนี้ก่อนใครได้ที่ https://goo.gl/Q5sdfS หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร 02-661-8999 ครับ

 

ปัจจุบันยังมีห้องฝากขายอยู่ครับ หรือท่านใดที่สนใจจะเช่า สามารถติดต่อได้ที่ Bangkok Citismart (BC) โทร. 02-661-8999 หรือเว็บไซต์ www.bkkcitismart.com ครับ

คอมเมนต์